เชื่อเถอะว่าคนอ่านบล็อกนั้น ความอดทนน้อยที่สุด ถ้าคุณอ่านถึง คำนี้
แสดงว่าคุณผ่านเกณฐ์ การอ่านมาตรฐานของคนไทยแล้ว
จะสะกดคนอ่านบล็อกได้อย่างไร
1. ไตเติ้ลเรื่องโดนใจ น่าติดตาม อย่าตั้งให้ยาวมาก และให้คนอ่านเข้าใจไตเติ้ลในครั้งแรกที่อ่าน
อย่าให้ถึงขนาดเอาไปปรึกษาเพื่อนเลยว่ามันแปลว่าอะไร เราขอร้อง…
2. เกรินนำ โดยนำแกนเรื่องมาสรุป เหมือนพาด หัวข่าว
3. คั่นเรื่อง และแทรกรูปเสมอๆ เพราะผู้อ่านชอบรูปประกอบ และจะทำให้เรื่องน่าสนใจ
4.หากมีวิธีการ ก็ให้ระบุตัวเลขลงไปเลยในไตเติ้ลบล็อก เช่น 10 ทิป, 5 วิธีการลดความหล่อ
อย่าให้คนอ่านต้องลุ้นเลยพ่อคุณว่ามันจะยาวไปถึง ร้อยข้อ หรือไม่
5. อย่าทำให้คนอ่านรู้สึกว่า กำลังอ่าน แต่ให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนกำลังฟังเรื่องเล่า
6. ใส่ตัวเองเข้าไปในบล็อก ถ้ามีโฆษณาแอบแฟงก็ เอาให้เนียน
7. ทำให้บล็อกคุณโหลดเร็วที่สุด และรองรับทุกระบบปฏิบัติการ เห็นใจคุณยายที่ใช้ Windows 98 ด้วย
8. บล็อกเกอร์ที่ประสบความสำเร็จมากมาย กล้าเปิดเผยตัวเอง นั่นหมายถึง เมื่อเกิดรายได้จากการซื้อขาย
คนอ่านจะได้กล้าโอนเงินไปให้ อย่างน้อยก็มีรูปไปแจ้งความ (ก็ว่ากันไป)
9. บอกชื่อคนอ่านไปเลย อย่าง จอห์น แม้ชื่อจริงผมจะชื่อ ปกรณ์ ลัม
10.มีอารมณ์ขันเสียบ้าง เพราะคนสมัยนี้ก็เครียดกันจะบ้าตายอยู่แล้ว
จริงๆยังมีอีกหลายทิปมากเลยนะเนี่ย ก็เอาเป็นว่าที่เหลือเท่าที่คุณนึกได้แล้วกัน…
จบแบบกระโดดตึกใบหยกเสียอย่างนั่น เฮ้อ…
คุณอาจจะสนใจเรื่องนี้
แฟนพันธุ์แท้ หรือแค่ ผ่านทาง [...]
ก่อนที่คุณจะอ๊วกฟังผมก่อนได้ใหม…
ผมเองไม่ใด้สนใจ ว่าคุณจะเป็นบล็อกเกอร์ประเภทไหน แต่ผมเองศรัทธา ในสิ่งที่คุณเป็น
ผมเองไม่เคยสนใจ กับสิ่งที่คุณมองเห็นว่าผมเป็น แต่ผมเองกับมีความสุขกับความรู้ที่ผมได้..
บล็อกเกอร์ มือใหม่พึงสังวรณ์ ไว้ (สังวรณ์มันแปลว่าอะไรหว่า ได้ยินประจำ.. เดียวขอเปิดดูก่อน)
คุณจะรู้ไหม ว่าการเดินทางนั้นล้วนแต่มีจุดหมายเดียว … แต่มันไปได้หลายเส้นทาง
ยกตัวอย่างง่าย.. การเดินทางให้ถึงโรงเรียนนั้น เดินทางได้หลายวิธี..
บางคนก็เดินไป
บางคนก็ขับรถ
บางคนก็นอนที่โรงเ้รียน ไปเลย
ที่สุดแล้ว จุดหมาย ก็ถึงโรงเรียนเช่นเดียวกัน…แต่มันแตกต่าง ตรงที่ ระหว่างทางนั้นคุณได้เก็บเกี่ยวสิ่งใดไป
ยกตัวอย่าง ถ้าผมเดินไปโรงเรียน ผมก็ได้เก็บเห็ดไปด้วย คุณขับรถมาคุณ ก็ได้เรียนรู้เรื่องเส้นทาง และทักษะการขับรถ..
การเดินทางของ บล็อกเกอร์ ก็เช่นกัน… ทุกคนเขาจะเรียกคุณว่าบล็อกเกอร์ …
แต่โจทย์ ที่คุณต้องตอบตัวเองคุณให้ได้ว่า คุณเก็บเกี่ยวสิ่งใดไป จากคำว่าบล็อกเกอร์..
แม้ใครเขาจะมองว่าคุณเป็นบล็อกเกอร์ที่ห่วยแตก.. หากคุณได้เรียนรู้ เชื่อเถอะครับ .. ว่าคุณมีความภูมิใจ ในตัวคุณเองเสมอ..
ถ้าวันนี้คุณยังศรัทธาในตัวคุณเอง.. ผมเองก็ศรัทธาคนที่พร้อมเรียนรู้อย่างคุณเช่นกัน ..
แต่บางสิ่งที่ผมยังปิดคุณ บอกคุณทุกอย่างไม่ใด้ ก็เพราะการเรียนรู้บล็อกมีต้นทุน
เห็นมะ ระหว่างทางที่ผมเดินทางเป็นบล็อกเกอร์ของผม ล้วนต้องแลกมาด้วย หยาดเหงื่อ เงินตรา
และพรหมจารีย์… รวมถึงความทุ่มเท ที่จะเก็บประสบการ์ณมากว่า 3ปี ทดลองแล้ว ทดสอบอีก
คำตอบ มันก็คงจะเหมือนเด็กชายด๋อย ที่เก็บเห็ดได้ระหว่างเดินทางไปโรงเรียนนั้นแหละ..
แต่บอกคุณไม่ใด้ ว่าเขาเก็บเห็ดมาจากที่ใด.. [...]
เคยไหมที่มี เรื่องที่คุณอยากเขียน โดนโฉบไปเขียนก่อนต่อหน้าต่อตา
ตั้งใจไว้แล้วว่าจะเขียนเรื่องนั้นบังเอิญลงไปซื้อ เอ็มร้อย (M-150)
ที่ 7-11 ความที่เป็นบล็อกเกอร์ นั้นจะไม่พยายามเขียน เรื่องเดียวกัน แม้จะเป็นเรื่องที่ใหญ่ น่าสนใจ ก็ไม่เอา
นั่นเป็นความแปลกของ บล็อกเกอร์ไทยหลายๆ ท่านๆ คือการไม่อยากลิงค์มาหาบทความ ที่ตนอ่านพบ
อย่าลังเล ถ้าหากจะเขียนเรื่องเดียวกันที่คิดว่าเป็นประโยชน์ ต่อคนอ่านบล็อก
หากคุณคิดว่าข้อความนั้นเป็นประโยชน์ เขียนไปเหอะ อย่าช้า
การเขียนเรื่องซ้ำนั้น ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร เรียกว่าเอากึ๋นมาวัดความเป็น บล็อกเกอร์ กันเลย
5 วิธีที่จอห์นจะแนะนำมีดังนี้
1.ถ้าว่าเรื่องนั้นถูกเขียนแล้ว ให้วิเคราะห์ บทความของ บล็อกเกอร์ ท่านนั้น
ว่ายังมีข้อ บกพร่อง หรือหล่นหายในประเด็นได้บ้างเช่น บล็อกเกอร์ โป้ง บอกว่า ติ๋มมีแฟน แล้ว
ให้ไปสืบมาว่า แฟนติ๋ม ใช้รถอะไร ใช้ 95 หรือ แกซโซฮอลล์ การลงข้อมูลในเชิงลึก
จะทำให้คนอ่านบล็อก เห็นถึงความทุ่มเท ของคนเขียน บล็อกได้เป็นอย่างดี
2.ถ้าว่าเรื่องนั้นถูกเขียนแล้ว จากต้นฉบับเดียวกัน เนื้อหาเดียวกัน อาจจะเป็นงานแปล ก็ได้
ให้เราใส่ความเห็นและทัศนะคติ ลงไปให้คนอ่าน บล็อกทราบว่า เราก็มีความเห็นต่อเรื่องนั้นๆ
ไม่ใช่ว่า Copy มาโพส [...]